เทคนิคฟื้นฟูกำลังไก่ชนให้อึด ด้วยการปั่นจักรยาน

เทคนิคฟื้นฟูกำลังไก่ชนให้อึด ด้วยการปั่นจักรยาน

การปั่นจักรยานหรือจักรยานอวกาศ
เป็นการออกกำลังกายที่ทำให้ไก่ได้กำลังทุกสัดส่วนของร่างกาย ไก่ที่โดนตีหูหักหรือโดนตีเส้นมา ถ้านวดแล้วยังไม่หาย ปั่นจักรยานก็พอจะทำให้ไก่ฟื้นขึ้นมาได้ เพราะการปั่นจักรยานจะทำให้ไก่ชนได้ใช้ทุกสัดส่วนของร่างกาย ปีกกระพือ ขาปั่น คอกระดก หลายท่านเห็นข้อดีในจุดนี้ ก็เลยปั่นจักรยานหนักหน่อยการปั่นจักรยาน ผมจะใช้มือข้างที่ถนัดจับที่โคนหางของไก่แล้วยกขึ้น ไก่จะตระกายตัวดิ้นเพื่อจะลงสู่พื้นเราต้องทำเบาๆ มือ นิ่มนวลเข้าไว้พอไก่ฝืนเราก็ปล่อยมือแล้วทำใหม่ ทำซักประมาณ 5 นาที หรือน้อยกว่านั้นก็ได้ ย้ำนะครับ หลายท่านให้ไก่ตระกายอากาศชนิดว่าหมดกำลังค่อยปล่อยไก่ลง การทำเช่นนั้นจะทำให้ไก่เสียสมดุลของร่างกาย แถมทำให้ไก่เจ็บอีกต่างหาก เพราะเราต้องจับโคนหางเป็นเวลานาน ไก่บางตัวไม่เคยฝึก ก็จะดิ้น เราต้องปล่อย บางท่านไม่ปล่อยไก่ดิ้นหมุนตัว หางหลุดมาเต็มกำมือก็มีครับ เพราะฉะนั้นต้องระวังให้ดี ค่อยๆ เบามือที่สุด

เทคนิคฟื้นฟูกำลังไก่ชนให้อึด ด้วยการปั่นจักรยาน

การพาออกกำลังกาย การปั่นจักรยานอากาศ เป็นการออกกำลัง ที่ทำให้ไก่ได้กำลังแทบทุกส่วนของร่างกายเลยทีเดียวครับ ไก่ที่ถูกตีหูหัก หรือโดนตีเส้นมา หากนำไปนวดแล้วไม่หาย การพาปั่นจักรยานอากาศ ก็ช่วยให้ไก่ฟื้นขึ้นมาได้ เนื่องจากจะทำให้ไก่ ได้ใช้ทุกสัดส่วนของร่างกาย ขาปั่น คอกระดก ปีกกระพือ เฅซียนไก่หลายๆคน เห็นข้อดีตรงนี้ จะพาไก่ชน ปั่นหนักหน่อยก็มีครับ

วิธีพาปั่นจักรยานก็จะใช้มือข้างที่เราถนัด จับไปที่โคนหางของไก่ จากนั้นยกขึ้น ไก่จะตระกายตัวดิ้น เพื่อพยายามจะลงพื้น เราต้องระวัง ทำอย่างเบามือ พอไก่ฝืนเราก็ปล่อยมือ แล้วทำใหม่ แบบนี้ประมาณ 5 นาที หรือน้อยกว่านี้ก็ได้ ข้อควรระวังคือ หากปล่อยให้ไก่ตระกายอากาศจนหมดกำลัง แล้วค่อยปล่อยไก่ จะทำให้ไก่เสียสมดุลร่างกายไปครับ อีกทั้งยังจะทำให้เกิดการบาดเจ็บได้ด้วย เพราะการที่เราต้องจับโคนหางเป็นเวลานานๆ ไก่ที่ไม่เคยฝึก จะดิ้นแรงหน่อย เราต้องปล่อย ค่อยๆฝึกทีละนิดครับ เพื่อป้องกันการเกิดการบาดเจ็บ ไก่ชนออนไลน์ << คลิ๊กสิ

สายพันธุ์ไก่พม่า ลูกผสม

ทำไมถึงต้องเลือกเลี้ยง สายพันธุ์ไก่พม่า ลูกผสม
เพราะถึงแม้ว่าไก่พม่าสายพันธุ์แท้จะเป็นเชิงที่มีลีลาสวยงาม ตีแม่นและตีไว แต่ก็มีข้อเสีย คือ ขนาดตัวเล็กตามสายพันธุ์ กระดูกบางและมีน้ำหนักตัวไม่เกิน 2 – 2.5 กก. ทำให้ผู้เพาะเลี้ยงไก่ชน ต้องหันมาผสมพันธุ์ข้ามสายเลือดเพื่อให้ได้ไก่ชนที่ดีกว่าเดิม

สำหรับผู้ที่สนใจจะเพาะเลี้ยงไก่เก่งพม่า ก็ควรเลือกผสมระหว่างสายพันธุ์ โดยให้น้ำหนักไปทางสายเลือดพม่าแท้ร้อยละ 90 ผสมกับเลือดอื่นอีกราว ๆ ร้อยละ 6 – 12 ส่วนไก่พม่าพันธุ์แท้ 100% ก็กันไว้เป็นไก่ต้นน้ำเท่านั้นพอ

ไก่ลูกผสมพม่าที่กำลังมาแรง ประกอบด้วย


1.ไก่พม่าผสมบราซิล

หากผู้นใจผสมพันธุ์ไก่พม่าแท้กับสายพันธุ์บราซิล สัดส่วนการวางสายพันธุ์ที่เหมาะสมคือให้มีสายพันธุ์บราซิลไม่เกินร้อยละ 5 โดยลักษณะของไก่ลูกผสมพม่าบราซิลจะออกมาใกล้เคียงกับไก่ไทย ซึ่งจะเป็นไก่แข้งที่มีลีลาไม่เยอะ รอยกลางระหว่าง 2.7 – 2.9 ใจสู้ใช้ได้และน้ำขนดีมาก

2.ไก่พม่าผสมไทย

หากผู้เลี้ยงอยากผสมลูกพม่ากับไก่พันธุ์ไทยก็ควรเลือกวางสัดส่วนสายพันธุ์มาทางไก่ไทยให้มากกว่าร้อยละ 75 เพราะจะได้ไก่เก่ง ไก่ชนเงินล้าน ที่มีเชิงชนดีทั้งตีและบด แถมด้วยการออกแข้งที่เนียน, คมและติดแผลบาง โดยมากไก่ผสมพม่าไทยจะเป็นไก่ที่สามารถชนชนะไก่คู่ปรับได้บ่อยครั้ง ไม่ว่าจะเป็นไก่ไทยง่อน, ไก่ผสมป่าก๋อย หรือ ไก่ไทยแท้ก็ตาม นอกจากนี้ ไก่พม่าผสมไทยยังเป็น ไก่ชนเงินล้าน ที่ได้รับความนิยมในตลาดสูง จึงเท่ากับว่าผู้เพาะเลี้ยงไม่เพียงมีโอกาสสร้างรายได้เท่านั้น แต่ยังสามารถนำออกชนได้ไม่ยาก

3.ไก่พม่าผสมหลากสายพันธุ์

ในกรณีที่ผู้เพาะเลี้ยงไก่บางราย อยากจะจับคู่ผสมมากกว่า 2 สายพันธุ์ก็สามารถทำได้ แต่ถ้าสัดส่วนค่อนไปทางไก่พม่ามากกว่าร้อยละ 75 เชิงและลีลาของไก่พันธุ์ผสมก็จะไปทางสายพันธุ์พม่าชัดเจน ซึ่งลักษณะไก่แบบนี้ค่อนข้างมีจำนวนมากในท้องตลาดทำให้ ไม่สามารถระบุเชิงไก่ได้ชัดเจนว่าจะเป็นอย่างไร ในทางตรงกันข้าม หากผู้เพาะพันธุ์มีความชำนาญและจัดทำประวัติไก่ได้เป็นอย่างดีก็อาจจะสามารถวางสไตล์เชิงชนที่ต้องการได้ว่าอยากให้มีเชิงแข้งหน้าขว้างนำ หรือ โยกถอดถอย ซึ่งก็เป็นอีกหนึ่งเอกลักษณ์ของไก่ผสมหลายสายเลือดที่ชี้ชัดเชิงไม่ได้แน่นอน

4.ไก่พม่าผสมไซง่อน

หากผู้เพาะเลี้ยงสามารถผสมไก่พม่ากับไก่เวียดนาม โดยให้มีไซง่อนประมาณร้อยละ 5 ก็จะได้ไก่เก่ง ไก่ชนเงินล้าน ที่มีทั้งกระดูกดี, เลี้ยงง่าย, แข้งคมและลีลาเยี่ยม ข้อควรระวังคือไก่พม่าผสมไซง่อนมักได้ลูกที่ขายาว ดังนั้นต้องเลือกพันธุ์ที่เตี้ยล่ำมาเป็นพ่อแม่พันธุ์จะดีกว่า

ไก่ชนออนไลน์ << คลิ๊ก

บ่อนแทงไก่ชนผิดกฏหมายหรือไม่?

บ่อนแทงไก่ชนผิดกฏหมายหรือไม่? ไก่ชนได้รับความนิยมกันเป็นอย่างมาก จึงเกิดการสร้างสนามการขันแข่งกีฬาไก่ชนกันอยากมากมาย จึงได้มีการตั้งกฎกติกาชนไก่ให้เป็นกีฬาที่ได้มาตรฐาน

ในปัจจุบัน แม้ว่าการพนันไก่ชนนั้นจัดเป็นเรื่องที่ผิดกฎหมายในประเทศไทย แต่ก็ยังมีการลักลอบเปิดบ่อนไก่ชน เพื่อให้นักพนันที่ชื่นชอบการแทงพนันชนไก่ได้เข้ามาวางเดิมพันในกีฬาไก่ชนที่ตัวเองชื่นชอบอยู่ดี โดยวงเงินของการเดิมพันกีฬาไก่ชนนี้มีตั้งแต่ หลักร้อย จนถึงหลักล้านเลยทีเดียว ขึ้นอยู่ที่ว่าไก่ที่นำมาชนกันนั้นมีประสบการณ์มากน้อยแค่ไหน และมีผลงานอย่างไร หากไก่ที่นำมาลงสนามมีประสบการณ์สูง และชนะมาแล้วหลายครั้ง ค่าตัวก็จะสูงและยอดเงินเดิมพันก็จะสูงตามไปด้วย ทั้งนี้ยังรวมไปถึงการซื้อขายไก่ชนในราคาหลักล้านบาทที่เรายังเคยได้ยินข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์ หรือทางสื่อต่างๆ เพื่อนำมาต่อยอดการลงทุน เช่นเพาะพันธุ์ หรือเอาไปลงสนามเพื่อกินเงินเดิมพันตีไก่ต่อไป

บ่อนแทงไก่ชนผิดกฏหมายหรือไม่?

การตัดสินผลแพ้ชนะในกีฬาไก่ชน
ไก่แพ้วิ่งหนี หันหลังไม่ยอมสู้ 3 ครั้ง ให้ถือว่าฝ่ายที่หนีเป็นฝ่ายแพ้
ไก่นอนหรือหมอบ เมื่อจับให้ลุกขึ้นสู้แล้วไม่ยอมสู้ ให้ถือว่าเป็นฝ่ายแพ้เทคนิคัลน็อกเอาท์ (TKO)
ไก่ปากหลุด ปากถอดหรือหักปล้องอ้อย ไก่ตาปิดมีเลือดวิ่งเข้าตา หรือมีบาดแผล ให้อยู่ในดุลยพินิจของกรรมการ หรือนายสนาม ถ้าเห็นว่าไม่สมควรทำการแข่งขันต่อไป นายสนามก็จะทำการยุติการแข่งขัน ไก่ที่ได้รับบาดเจ็บให้ถือว่าแพ้ อาร์เอสซี (RSC)
เจ้าของไก่ที่ทำการแข่งขันสามารถยอมแพ้ได้ เมื่อเห็นว่าไก่ชนของตนไม่อยู่ในสภาพที่จะสามารถทำการแข่งขันต่อไปได้ ให้เจ้าของไก่ฝ่ายดังกล่าว โยนผ้าขาวยอมแพ้ ไก่ชน

ไก่ชนเมียนวาลี

ไก่ชนเมียนวาลี

เมียนวาลีเป็นชื่อเขตหนึ่งของปากีสถาน ซึ่งเป็นถิ่นกำเนิดของไก่สายพันธุ์ย่อยของไก่อซิล ที่ตั้งชื่อตามถิ่นฐานว่าเมียนวาลี โดยเมียนวาลีเป็นนักสู้ตั้งแต่กำเนิด พออายุได้ 2 สัปดาห์ก็จะเริ่มต่อสู้กันเองในคอกแล้ว ไม่ใช่แค่ในไก่ตัวผู้ แต่ในไก่เพศเมียก็ดุดัน ก้าวร้าวไม่แพ้กัน และมักจะไม่เลิกราจนกว่าอีกฝ่ายจะถึงแก่ความตาย

ไก่ชนเมียนวาลี

น้ำหนักของมันเริ่มต้นที่ 1.5 กิโลกรัม ซึ่งจัดว่าเป็นขนาดย่อมเมื่อเทียบกับมาตรฐานไก่ชนของปากีสถาน ร่างกายเป็นเนื้อแน่น จงอยปากโง้งอย่างปากนก ลำคอโก่ง มีหงอนและเหนียงสั้น เนื่องจากน้ำหนักที่เบา ทำให้มันสามารถอาศัยความว่องไวและแม่นยำของเดือย เข้าโจมตีเผด็จศึกคู่ต่อสู้ได้ในระยะเวลาอันสั้นจนเป็นที่เลื่องลือ และสามารถล้มกระทั่งคู่ต่อสู้ที่ใหญ่กว่าได้ ด้วยเหตุนี้เอง เมียนวาลีเป็นอีกหนึ่งสายเป็นสายพันธุ์ไก่ชนที่ได้รับความนิยมมากในปากีสถาน แม้กระนั้น จุดอ่อนของมันคือการยืนระยะกับคู่ต่อสู้ในระยะยาว หากการต่อสู้ยิ่งยาวนานและยังไม่อาจปิดเกมได้ เรี่ยวแรงก็ยิ่งร่อยหรอ น้ำอดน้ำทนก็จะสิ้นสุดลง

ต่อมาเมียนวาลีถูกนำมาผสมพัฒนาให้มีขนาดตัวที่ใหญ่ขึ้นจนอาจมากถึง 3.5 กิโลกรัม โดยยังมีลีลาความแม่นยำติดมาด้วย ไก่ชน

ประวัติความเป็นมา ไก่ชนนกแดง

ประวัติความเป็นมา ไก่ชนนกแดง สายพันธุ์ไก่นกแดงเป็นไก่พันธุ์แท้ มีอยู่ทั่วไปในภาคกลาง ภาคใต้ และภาคเหนือ ไก่นกแดงมีชื่อเสียงโด่งดัง ครั้งสมัยอยุธยาตอนกลาง เป็นไก่ของขุนฤทธิ์ปูพ่าย หรือพระยาศรีไสยณรงค์ เจ้าเมืองกาญจนบุรี ทหารเอกแห่งสมเด็จพระนเรศวรมหาราช และเป็นเพื่อนสนิทของขุนเดชพระเวทย์แสนศึก หรือพระยาไชยบูลย์ ผู้น้ำไก่เขียวหางดำ และไก่นกแดงไก่นกแดงจะพบมากในแถบจังหวัดกาญจนบุรี พิษณุโลก นครสวรรค์ พระนครศรีอยุธยา และพัทลุง

ประวัติความเป็นมา ไก่ชนนกแดง
ประวัติความเป็นมา ไก่ชนนกแดง

ไก่ชนนกแดงที่สำคัญในประวัติศาสตร์ไทย ได้แก่ ไก่ชนนกแดงของพระยาศรีไสยณรงค์ ชนมา 6 ครั้ง ไม่เคยแพ้ใคร ทำให้เจ้าของสายพันธุ์ (ขุนฤทธิ์ปูพ่าย) สมัยเป็นทหารในสมเด็จพระมหินทราธิราชได้กินเหล้า จนเกิดอาการมึนเมา แล้วท้าสู้กับสมเด็จพระนเรศวรมหาราช โดยไม่รู้จักกันมาก่อน ต่อมาภายหลังได้มาเป็นทหารเอกของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช พระยาศรีไสยณรงค์เป็นแม่ทัพกองหน้าที่สมเด็จพระนเรศวรตั้งขึ้น มีกำลังพล ๕ หมื่น ยกไปตั้งที่หนองสาหร่าย แต่ไม่สามารถต้านทานทัพพม่าที่มีกำลังถึง ๕ แสนได้สมเด็จพระนเรศวรจึงมีโองการให้ถอยทัพเพื่อจะตีโอบล้อมจนได้รับชัยชนะในที่สุด หลังจากนั้นพระยาศรีไสยณรงค์ได้ตามทัพพระยาจักรียกทัพไปตีเมืองตะนาวศรี และมริด เพื่อเป็นการไถ่โทษ

แหล่งกำเนิด สายพันธุ์ไก่นกแดงเป็นไก่พันธุ์แท้ มีอยู่ทั่วไปในภาคกลาง ภาคใต้ และภาคเหนือ ไก่นกแดงมีชื่อเสียงโด่งดัง ครั้งสมัยอยุธยาตอนกลาง เป็นไก่ของขุนฤทธิ์ปูพ่าย หรือพระยาศรีไสยณรงค์ เจ้าเมืองกาญจนบุรี ทหารเอกแห่งสมเด็จพระนเรศวรมหาราช และเป็นเพื่อนสนิทของขุนเดชพระเวทย์แสนศึก หรือพระยาไชยบูลย์ ผู้น้ำไก่เขียวหางดำ และไก่นกแดงไก่นกแดงจะพบมากในแถบจังหวัดกาญจนบุรี พิษณุโลก นครสวรรค์ พระนครศรีอยุธยา และพัทลุง


ลักษณะเด่นประจำพันธุ์เพศผู้


รูปร่างลักษณะ เป็นไก่ทรงปลีกล้วย ลำตัวกลม ไหล่หนา และใหญ่ หางทรงฟ่อนข้าวหรือทรงหางม้า
ปีก ปีกใหญ่ ยาว เป็นลอนเดียว ไม่โหว่แบ่งสองตอน ขนปีกสีแดง สร้อยปีสีแดงสดสีเดียวกับสร้อยคอ และสร้อยหลัง
ใบหน้า กลมกลึง แบบหน้านกกา
หาง หางพัด หางกระรวย ก้านหางสีแดง หางเป็นรูปหางม้า
ปาก ปากใหญ่ โคนปากมั่นคง มีร่องน้ำ 2 ข้าง ปากสีเหลืองอมแดง รับกับสีแข้ง เล็บ และเดือย
กระปุกน้ำมัน กระปุกน้ำมันเดี่ยว
จมูก จมูกสีเดียวกับปาก รูจมูกกว้าง สันจมูกเรียบ
แข้งขา ปั้นขาใหญ่ ล่ำสัน แข้งเรียกกลมแบบลำเทียน ขนปั้นขาสีแดงแข้งสีเหลืองอมแดงรับกับสีปาก
ตา ขอบตา 2 ชั้น แบบตาวัว ดวงตาแจ่มใส สีแดง มีเส้นเลือดในดวงตาเห็นชัดเจน
เกล็ด เกล็ดแข้ง เกล็ดนิ้ว สีเหลืองอมแดง เป็นเกล็ดปัดตลอด
หงอน เป็นหงอนหิน 3 แฉก โค้งกลางกระหม่อม
นิ้ว นิ้วเรียว ยาว เกล็ดนิ้วสีเหลืองออมแดงรับกับสีแข้ง
หู ตุ้มหู ตุ้มหูตัดไม่หย่อนยาน ขนปิดหูสีแดง สีเดียวกับสร้อยคอ
เดือย เป็นเดือยงาช้าง สีเหลืองอมแดงรับกับปาก และแข้ง
กระโหลก กะโหลกหัวยาว 2 ตอน มีรอยไขหัวเห็นชัดเจน
ขน ขนพื้นลำตัว หน้าคอ หน้าท้อง ใต้ปีกสีแดงตลอด ขนสร้อยคอ สร้อยปีก สร้อยหลัง ก้านขนสีแดง
คอ คอเป็นรูปคอม้า ปล้องคอชิดแน่น ขนสร้อยคอสีแดง รับกับสร้อยหลังและสร้อยปีก
กริยาท่าทาง ไก่นกแดงเป็นไก่สกุลเดียวกับไก่ทองแดง ไก่นกกด มองไกลๆ คล้ายกัน เป็นไก่สกุลสูงอีกชนิดหนึ่ง ทาทางสง่างาม มีชั้นเชิงดี
ลักษณะเด่นประจำพันธุ์เพศเมีย ขนบริเวณลำตัวมีสีแดงเหมือนตัวผู้เพียงแต่สีไม่แดงเข้มเท่า ปาก แข้ง เล็บสีเหลืองอมแดงเหมือนตัวผู้


สายพันธุ์ไก่นกแดงมี 4 สายพันธุ์

คือ 1.1.แดงชาด เป็นสีแดงเข้มหรือแดงนกแก่ดั่งสีชาด ขนพื้นลำตัว ตั้งแต่หน้าอก ท้องใต้ปีก ใต้ก้นเป็นสีแดงเข้ม ขนปีก ขนหางพัด หางกระรวยสีแดงเข้มเหมือนสีพื้นลำตัว ขนสร้อยคอ สร้อยปีก สร้อยหลัง และขนปิดหูเป็นสีแดงเข้มสดใส เป็นมัน ปาก แข้ง เล็บ เดือยสีเหลืองอมแดง ตาสีแดง
1.2.แดงทับทิม เป็นสีแดงสดใส สีอ่อนกว่าสีแดงชาด ขนพื้นลำตัวตั้งแต่หน้าคอ ใต้ท้อง ใต้ปีก ใต้ก้นเป็นสีแดง ขนปีก ขนหางพัด หางกระรวยเป็นสีแดงแบบสีพื้นลำตัว สร้อยคอ สร้อยปีก สร้อยหลัง และขนปิดหูเป็นสีแดงสดใสขึ้นเงา ปาก แข้ง เล็บ เดือยสีเหลืองอมแดง ตาสีแดง
1.3.แดงเพลิง หรือ บางแห่งเรียก แดงตะวัน เป็นสีอ่อนกว่าแดงทับทิม สีจะไปทางสีแสดหรือสีแดงอมเหลือง ขนพื้นลำตัวตั้งแต่หน้าคอถึงใต้ก้นเป็นสีแดง ขนปีก ขนหางพัด หางกระรวยสีแดงแบบขนสีพื้นลำตัว ขนสร้อยคอ สร้อยปีก สร้อยหลัง ขนปิดหูมีสีแดงเพลิง ปาก แข้ง เล็บ เดือยสีเหลืองอมแดง ตาสีแดง
1.4.แดงนาก เป็นสีแดงคล้ำๆ แบบสีตัวนาก ขนพื้นลำตัวตั้งแต่หน้าคอถึงใต้ก้นเป็นสีแดงนาก ขนปีก ขนหางพัด หางกระรวยสีแดง ปาก แข้ง เดือยสีเหลืองอมแดง ขนสร้อยคอ สร้อยปีก สร้อยหลัง ขนปิดหูเป็นสีแดงออกมัน ตาสีแดง

ไก่ชน ของพม่า

ไก่ชน ของพม่า

ประวัติไก่ชนพม่า

ไก่พม่ามีดีอะไร

รูปร่างและขนาดไก่พม่า ไก่พม่าลูก 100 % มีขนาดเล็ก น้ำหนักประมาณ 2.00 – 2.50 ด้วยเหตูนี้เองจึงนิยมเล่นลูกผสมไทยบ้าง ผสมเวียดนามบ้าง หรือบางคนก็เล่นสามสายเลือดไปเลย ไก่พม่ามีลักษณะโดยทั่วไปที่สังเกตได้ คือ

– มีขนาดเล็ก กระดูกบาง

– หน้าเล็กแหลม ปากเป็นแนวเส้นตรง ปลายงุ้มเล็กน้อย

– หงอนมักเป็นหงอนแจ้แบบหงอนงู หรือหงอนชี้ฟ้า หรือหงอนนาคราช

– ตาโปน

– สนับปีกหนาและยาว

– แข้งเล็กและมักแข้งอิ่ม บ่งบอกว่าเป็นไก่ตีไว ตีแม่น

– เดือยส่ง

– ตุ้มหูมักขาว (คิดว่าคงสืบเชื้อสายมาจากไก่ป่า)

ชั้นเชิงลีลาแม่ไม้ไก่พม่า ไก่พม่าเป็นไก่ที่มีลีลาชั้นเชิงชั้นยอด คือ ไม่ยอมปะทะกับคู่ต่อสู้ตรงๆ เพราะไก่พม่ามีขนาดเล็ก จึงเป็นไก่คอยฉวยโอกาส หรือไก่จังหวะสอง ชั้นเชิงไก่พม่าเป็นแบบ “สนลู่ลม” หรือต้นอ้อ ชั้นเชิงไก่พม่าที่เด่นๆ และนักเลงไก่ชอบมีดังนี้

– เชิงถอยดีดแข้งเปล่ารับโดยไม่ใช้ปากจิกคู่ต่อสู้

– เชิงเปลี่ยนหน้าตี คือ พอถูกกอดจะโยกหน้าหลบเข้าอีกข้าง

– เชิงชักลิ่มตี เมื่อถูกกอดขี่ทับจะเป็นไก่คออ่อนไม่ฝืนสู้คอ ถอดหัวออกตี

– เชิงลักตีขโมยตี เข้ามุดหัวติดดิน เผลอขึ้นมาตีแล้วลงไปซุกต่อ

– เชิงม้าล่อ เมื่อถูกกอดขี่จะออกวิ่งให้คู่ต่อสู้วิ่งไล่ตาม พอได้จังหวะจะหันมาดีดแข้งใส่ หรือเมื่อเห็นคู่ต่อสู้เหนื่อยก็จะหันกลับมาตี

ที่สำคัญไก่พม่าเป็นไก่ปากไว ตีนไว เดือยไว ถี่แม่น สาดทีสองที แทงหูแทงตาเลยก็มี และไก่พม่าเป็นไก่เจ้าเล่ห์ โดนตีนิด ตีหน่อยมักล้มลุกคลุกคลานเหมือนกับเจ็บเสียเต็มประดา แต่อย่าเผลอ บางทีถูกตีลงไปนอน พอคู่ต่อสู้เข้าไปใกล้ๆ มันจะสาดเข้าใส่ทั้งๆที่กำลังนอนอยู่ก็มี จุดด้อยของไก่พม่า โดยสรุปมีดังนี้

– กระดูกโครงสร้างเล็ก เมื่อเทียบกับไก่ไทยและไก่ไซง่อน ดังนั้นไก่พม่าเวลาถูกตีตัว ตีอัดสามเหลี่ยมหน้าอุด มักสู้ไม่ได้

– ไก่พม่าลูกหนุ่มใจไม่ค่อยเต็มร้อย ถูกตีเจ็บๆมักจะถอดใจหนีง่ายๆ

– ไก่พม่าเมื่อเจอไก่เชิงมุดมัดหัวต่ำ มักตีไม่ค่อยถูก แต่ถ้าเป็นไก่หัวสูงไก่พม่าจะชอบ เพราะสาดแข้งเปล่าได้ถนัด

ชั้นเชิงไก่ที่สามารถปราบไก่พม่าได้ ต้องเป็นชั้นเชิงเดินอัด เดินบี้ ตีตัว ตีอัดเข้าบริเวณสามเหลี่ยม หรือหน้ากระเพาะ ลูกหน้าไว เท้าหุ่นตีตัว มักตีสวาปตีหลัง

เรื่องไก่พม่าที่ควรรู้

การเลี้ยงไก่พม่าก่อนออกชนทำอย่างไร? เลี้ยงเหมือนไก่ไทยหรือเปล่า? เช่น ต้องลงขมิ้น ถ้าลงขมิ้นแล้วไม่บินจริงหรือเปล่า ? เรื่องนี้เป็นเรื่องที่หลายๆคนถามกันมากมาย คำตอบที่ได้ก็ไม่กระจ่างนัก

ก่อนอื่นลองมาวิเคราะห์ดูการเล่นและการเลี้ยงไก่พม่าเป็นอย่างไร และลูกผสมไก่พม่ามีเลี้ยงและเล่นกันมากในภาคเหนือของไทย เพิ่งจะแพร่หลายไปทั่วประเทศประมาณ 3-4 ปีมานี้เอง การชนไก่ทางภาคเหนือนิยมชนแบบปล่อยเดือย ไม่มีการพันพลาสเตอร์เหมือนภาคกลาง ดังนั้นไก่จึงใช้เวลาตีไม่มากอัน เพราะไก่ทนพิษบาดแผลไม่ได้ เพราะถูกแทงด้วยเดือย อย่างมาก 2-3 อัน ก็รู้ผลแพ้ ชนะแล้ว ดังนั้นทางภาคเหนือซึ่งส่วนใหญ่เป็นไก่ลูกผสมไทยพม่ากันมาก จะฟิตซ้อมหรือปล้ำประมาณ 2-3 อัน ก็นำไปชนกันแล้ว เขาจึงไม่นิยมลงขมิ้น

อีกประการหนึ่ง ในภาคเเหนืออากาศเย็นและหนาว ในหน้าหนาวหรือในช่วงเดือน 11-12 ถึงเดือนอ้าย เดือนยี่อากาสหนาวแดดไม่ค่อยมี ขืนกราดน้ำลงขมิ้น กราดแดดครึ่งวัน ตัวคงไม่แห้ง ไก่คงหนาวตายแน่ ส่วนใหญ่เขาจะอาบน้ำพอประมาณไม่ให้เปียกทุกขุมขนเหมือนภาคกลาง แต่จะเน้นการออกกำลัง เช่น วิ่งสุม ล่อวิ่ง และปล่อยเล้าหรือให้เดินตามบริเวณบ้านเสียเป็นส่วนใหญ่ จึงไม่นิยมลงขมิ้น

ส่วนในภาคกลาง มีการเลี้ยงฟิตซ้อมไก่ให้แข็งแรง เพราะต้องชนกันถึง 12 ยก ไก่ตัวหนึ่งกว่าจะได้ออกตีต้องปล้ำหรือซ้อมคุ่ไม่ต่ำกว่า 8-9 ยก บางตัวเกิน 10 ยก โดยเฉพาะไก่ถ่าย ถึงจะออกตี จึงนิยมลงขมิ้นเพื่อให้กล้ามเนื้อแข็งแกร่ง ผิวหนา นอกจากลงขมิ้นแล้วยังประคบกระเบื้องอีกด้วย ดังนั้นไก่ทางภาคกลางที่ออกบิ่นแต่ละตัวจะมีผิวพรรณหนังหนาและแดง การลงขมิ้นจะทำให้ผิวไก่สวยขึ้น และขนสวยโดยเฉพาะไก่เหลืองหางขาว ขมิ้นไม่ได้ทำให้ไก่เก่งหรือไม่เก่ง หรือทำให้ไก่บินดีหรือไม่ดี

สรุป การลงขมิ้นไก่ ไม่มีผลต่อการบินของไก่ ว่าจะบินดีหรือไม่ดี ไก่จะบินดีหรือไม่ดีขึ้นอยู่กับการฟิตซ้อมออกกำลังไก่มากกว่า ดังนั้นไม่ว่าจะเลี้ยงไก่อะไรก็แล้วแต่จะเป็นไก่ไทย ไก่พม่า จะลงขมิ้นหรือไม่ลงแล้วแต่คนเลี้ยงชอบ ไม่มีผลต่างกัน ข้อสำคัญอย่าให้มากเกินไป ถ้าลงขมิ้นมากเกินไปจะทำให้เนื้อและผิวไก่ตึงได้

ไก่ลูกผสมสายเลือดไทยพม่าและลูกผสมร้อยแบบไหนดี ขอแยกแยะข้อดีและจุดเด่นได้ดังนี้

พม่าลูก 100 % ลีลาชั้นเชิงฝีตีนถือว่ายอดเยี่ยม โดยเฉพราะตัวที่เก่งๆ ส่วนตัวที่ไม่เก่งไม่นับ แต่มีข้อเสีย คือ มีขนาดเล็กไม่รู้จะเลี้ยงไปตีกับใคร ?

ลูกผสมไทย-พม่า 75% (พม่า 75%) ลีลาฝีตีนชั้นเชิงจัด ใกล้เคียงกับไก่พม่าทีเดียว ใช้ตีกับไก่พม่าลูก 100% ได้ แต่รูปร่างโครงสร้างและขนาด เล็กไม่ถึง 3.00 กก. ยกเว้นบางตัว

ลูกผสมไทย-พม่า 50% ลีลาชั้นเชิงฝีตีนลดลง คือ ไม่จัดเท่ากับไก่พม่าลูก 100% แต่มีขนาดและโครงสร้างร่างกายโตขึ้นถึง 3.00 กก. หรือมากกว่า ยกเว้นบางตัวอาจจะลีลาชั้นเชิงใกล้เคียงไก่พม่าลูก 100%

ลูกผสมไทย-พม่า 25% (พม่า 25%) ลีลาชั้นเชิงฝีตีนจะลดลงไปอีก คือ คล้ายกับไก่ไทยมากขึ้น แต่มีขนาดที่โตขึ้น คือ มีน้ำหนักเกิน 3.00 กก. แต่มักเป็นไก่ปากไว ตีแม่นและแม่นตอ

สรุป จะนิยมเล่นลูกผสมไทย-พม่า 25% มากกว่าลูกผสมแบบอื่นๆ ปัจจุบันได้นำไก่พม่ามาผสมกับไก่สายเลือดไซง่อน ทำให้ลูกผสมที่ได้มีขนาดโตขึ้นอีก นอกจากนี้ยังมีการผสมแบบสามสายเลือด คือ ไทย พม่า ไซง่อน ชั้นเชิงฝีตีนมีดังนี้

– เป็นไก่ปากไว มีลูกสาดแข้งเปล่า ขยันตี

– เป็นไก่ตีแม่น ตีแผล

– เป็นไก่ตีลำโต

– ชั้นเชิงไม่มาก พอเอาตัวรอด

ไก่พม่าควรออกชนช่วงไหนถึงจะเหมาะ

ไก่พม่าที่จะคัดนำมาเลี้ยงชนต้องเป็นไก่เก่งเท่านั้น คือ คัดไก่ที่ตีถูก ตีแม่น ก่อนเป็นอันดับแรก เรื่องลีลาและความแข็งแกร่งค่อยว่ากันทีหลัง

การเลี้ยงไก่พม่าไม่ต้องหนักขมิ้นและกระเบื้อง เพราะไก่พม่าต้องการความคล่องตัวสูง ถ้าตัวตึงจะไม่ค่อยตีไก่ ไก่พม่าที่ตัวเก่งๆไม่จำเป็นต้องซ้อมหนัก ซ้อมเยอะมากเกินไป ดูแค่ว่าแข็งแรง บินดี ฟอร์มกำลังสดก็นำไปชนได้

ยกตัวอย่าง ถ้ามีไก่พม่าอยู่ตัวหนึ่งเก่งมาก นำมาเลี้ยงเพื่อออกชน ปล้ำครั้งแรกก็น๊อคคู่ต่อสู้แต่อาจจะแรงไม่ค่อยดี นำกลับมาเลี้ยงใหม่ ปล้ำครั้งที่ 2 ก็ยังฟอร์มดีอยู่ ปล้ำครั้งที่ 3 ครั้งนี้ก็เป็นที่ประทับใจ ครั้งที่ 1-3 อาจจะปล้ำครั้งละอันหรืออาจจะน๊อคคู่ต่อสู้ก่อน ปล้ำครั้งที่ 4 พยายามเดินยาวให้ได้ 2 อัน ถ้าตัวแรกถูกน๊อคก็ควรหาตัวใหม่มาซ้อม ครั้งนี้สำคัญมากต้องดูให้ละเอียดถ้าฟอร์มสด บินดี แข็งแรงดุดัน กลับมาเดินนวมอีกซัก 2 อันก็ออกชนได้ ถ้าเป็นไก่พม่าตัวเก่งจริงๆ ปล้ำแค่ 5-6 อันก็ออกชนได้ แต่ต้องมีส่วนประกอบอย่างอื่นด้วย เช่น การออกกำลัง ลงนวม เตะเป้า วิ่งสุ่ม สิ่งเหล่านี้จะขาดไม่ได้

ส่วนเรื่องที่สำคัญอีกอย่างที่ไม่ควรมองข้าม คือ ไก่พม่าที่จะออกชน ถ้าจะให้ดีควรมีอายุไม่ต่ำกว่า 10 เดือน ถ้าช่วงอายุ 12-15 เดือน จะเหมาะที่สุด เรื่องความสดและกระดูกก็กำลังดี 8-9 เดือนอันนี้อ่อนเกินไปจะแพ้เขาได้ง่ายๆ

สรุปก็คือ เลี้ยงไก่พม่าไม่ควรหนักขมิ้นและกระเบื้อง เลี้ยงน้ำเย็นจะดีที่สุด เน้นการเตะเป้าลงนวมเป็นดีที่สุด

วิธีการเลี้ยงไก่ชน

วิธีการเลี้ยงไก่ชน
วิธีการเลี้ยงไก่ชน

วิธีการเลี้ยงไก่ชน

วิธีการเลี้ยงไก่สำหรับออกชน มีอยู่ด้วยกันหลากหลายวิธี ขึ้นอยู่กับประสบการและทุนทรัพย์ อย่างไรก็ตามวิธีที่ผมจะได้นำเสนอในครั้งนี้เป็นวิธีที่เป็นที่นิยมกันมาก มีขั้นตอน ดังนี้

การเตรียมความพร้อม

  1. การเตรียมไก่ หรือการคัดเลือกไก่หนุ่ม ไก่หนุ่มเป็นไก่ที่เราต้องทำการคัดเลือกหาตัวที่ดีที่สุดในรุ่นเดียวกัน มีความสมบูรณ์ที่สุด และมีลักษณะต้องตา ที่สำคัญ ต้องแม่นตอ 2 แข็ง ลำโต เชิงชนสวย อายุตั้งแต่ 10 เดือนขึ้นไป
  2. เตรียมอุปกรณ์และที่นอนสำหรับไก่
    ควรจัดเตรียมสุ่มไก่ พรหมสำหรับรอง ผ้าเช็ดน้ำ อุปกรณ์เหล่านี้ไม่ควรให้ไก่ใช้ร่วมกัน และที่สำคัญที่นอนของไก่จะต้องสะอาดปราศจากสิ่งที่เป็นอันตรายทั้งหลาย

การอาบน้ำไก่

  1. ตอนเช้า
    ก่อนอาบน้ำไก่ควรสังเกตการณ์ย่อยอาหารของไก่ ว่าไก่มีการย่อยอาหารดีหรือไม่ และจึงทำการบริหารและคลายกล้ามเนื้อ บริเวณคอและโคนปีก ตามด้วยการให้กินยาบำรุงกำลัง แล้วเริ่มอาบน้ำไก่ในช่วงสายของทุกวัน (ให้ปฏิบัติเฉพาะวันที่อากาศแจ่มใส) ควรใช้ผ้าประคบหน้าทุกครั้งที่มีการอาบน้ำ ลงกระเบื้อง ทำการนวดและเช็ดตามขน และเนื้อตัวบาง ๆ ตามด้วยขมิ้นผสมปูนลงตามร่องเนื้อบาง ๆ แล้วผึ่งแดด พร้อมกับให้ข้าวเปลือก และน้ำ (ให้กินตามสมควรหลังจากนั้นรีบเก็บทันที) ปล่อยให้ไก่อาบแดดไปเรื่อยๆ เมื่อไก่มีอาการหอบก็นำไก่เข้าร่ม อย่าให้กินน้ำจนกว่าจะหายจากอาการหอบ ถึงจะให้กินน้ำได้ (ถ้าไก่ผอมไม่ควรผึ่งแดดให้มากเพราะจะทำให้ผอมมากไปอีก ถ้าอ้วนเกินไปต้องผึ่งแดดให้มากสักหน่อย เพราะจะทำให้น้ำหนักลดลงได้เร็วขึ้น) ควรคุมน้ำหนักทุกครั้งที่มีการซ้อม และการเลี้ยงทุกวันตอนเช้า
  2. การอาบน้ำช่วงบ่าย
    ก่อนอาบน้ำไก่ควรเช็คสภาพร่างกายไก่ ว่ามีความสมบูรณ์ หรือมีอาการผิดปกติอย่างไร แล้วเริ่มอาบน้ำไก่ในช่วงเวลาประมาณ 15.00 น. ทุกวัน (ให้ปฏิบัติเฉพาะวันที่อากาศแจ่มใส หรือปรับเปลี่ยนได้ตามความสะดวก และขึ้นอยู่กับจำนวนไก่ที่เลี้ยง) ควรใช้ผ้าประคบหน้าทุกครั้งที่มีการอาบน้ำ ทำการนวดเพื่อคลายกล้ามเนื้อโดยการเช็ดตามขน ,ร่องเนื้อและเป็นการล้างขมิ้นผสมปูนออกจากตัวไก่ แล้วผึ่งแดด พร้อมกับให้ข้าวเปลือก และน้ำ (ให้กินตามสมควรหลังจากนั้นรีบเก็บทันที) ปล่อยให้ไก่อาบแดดไปเรื่อยๆ เมื่อขนเริ่มแห้งก็ปล่อยไก่เดินบนสนามหญ้า
    หมายเหตุ ควรทำการซ้อมไก่ หลังจากที่อาบน้ำได้ประมาณ 7 วัน แล้วจึงเริ่มซ้อมครั้งแรกสัก 1-2 ยก ๆ ละประมาณ 15 นาที ซ้อมสัก 3 ครั้ง เพื่อให้ไก่ได้ใจ และดุดัน ครั้งที่ 4 ซ้อม 2 ยกๆ ละ 20 นาที รวมแล้วให้ได้ 6 – 8 ยก
    ***ระยะการปล้ำควรห่างกันประมาณ 2 สัปดาห์ ***

กติกา การเล่นไก่ชน

กติกา การเล่นไก่ชน

กติกา การเล่นไก่ชน

กติกาการแข่ง ไก่ชน
ไก่ชน ในประเทศไทยเป็นที่คุ้นเคยกันมาอย่างยาวนานนิยมเลี้ยงเพื่อความสวยงามและเพื่อความบันเทิงบางคนอาจจะเลี้ยงเพื่อการแข่งขันตีไก่ นิยมมากในแถบภาคตะวันออกเฉียงเหนือและมีกฏกติกามาแข่งขันไก่ชน สามารถแบ่งได้ 2 ประเภทดังนี้

  1. ลงทะเบียนทำประวัติสายพันธุ์ และชั่งน้ำหนัก
  2. เปรียบไก่โดยใช้น้ำหนัก และความสูงเป็นเกณฑ์
  3. ไก่ที่แข่งขันต้องสวมเดือยด้วยนวมมาตรฐานของสนาม
  4. เข้าปาก ถ่างตา เสริมปีกไก่ ได้ก่อนการแข่งขันเท่านั้น
  5. แข่งขัน 4 ยก ยกละ 10 นาที พัก 2 นาที
    5.1. ระหว่างพักยกให้น้ำในถาดมุมของตนเองภายในสนาม โดยใช้น้ำกลางจากทางสนามจัดให้เท่านั้น
    5.2. ห้ามไขหัว,ถ่างตา,เย็บบาดแผล,กินข้าวและโด๊ปยาระหว่างพักยก
    5.3. ห้ามใช้น้ำมัน,วาสสิน,ยาหม่อง,สมุนไพร และสารเคมีใดๆ ทาไก่ เมื่อตรวจพบจะถูกปรับ แพ้ทันที
  6. ระบบการตัดสินแพ้-ชนะ (ภายในเวลาการแข่งขันเท่านั้น)
    6.1. ไก่มีกริยาแพ้วิ่งหนีหันหลังไม่สู้ ร้องหรือไม่ร้อง กรรมการจับประกบ 3 ครั้งติดต่อกัน หากไม่สู้ถือว่าแพ้เทคนิคัลน๊อกเอาท์
    6.2. ไก่นอนหรือหมอบไม่ลุกขึ้นสู้ กรรมการจับประกบ 3 ครั้งติดต่อกัน หากยังไม่ลุกยืนถืว่าแพ้เทคนิคัลน๊อกเอาท์
    6.3. ไก่โดนตีหักหรือชักออกนอกสังเวียน กรรรมการจะหยุดเวลาการแข่งขันแล้วนำไก่มประกบ จึงเริ่มการแข่งขันต่อ
    6.4. ไก่ปากหลุด ปากถอดหรือหักปล้องอ้อย กรรมการจะหยุดเวลาการแข่งขัน เพื่อตรวจบาดแผล หากปากหลุด ปากถอดหรือหักปล้องอ้อย กรรมการจะยุติการแข่งขันถือว่าแพ้อาร์เอสซี พร้อมถ่ายรูปประกอบหลักฐานการตัดสิน
    6.5. ไก่โดนตีตาดำแตกหรือเลือดวิ่งเข้าตาแดงเต็มดวงตา กรรมการจะหยุดเวลาการแข่งขันเพื่อตรวจสอบบาดแผล หากตาดำแตกหรือเลือดวิ่งเข้าตาแดงเต็มดวงตา กรรมการจะยุติการแข่งขันถือว่าแพ้อาร์เอสซี พร้อมถ่ายรูปประกอบหลักฐานการตัดสิน
    6.6. ใช้กรรมการ 3 ท่าน ในการกดคะแนนด้วยระบบคอมพิวเตอร์ ใน 2 ยกสุดท้ายของการแข่งขัน โดยกรรมการเห็นด้วย 2 ใน 3 ตีถูกคู่ต่อสู้ชัดเจนได้ 1 คะแนน
    ตีถูกคู่ต่อสู้รุนแรงออกอาการหักได้ 2 คะแนน
    6.7. ไก่ที่แข่งขันเกิดอุบัติเหตุ ปากหลุด,ตาบอด,ขาหัก,ปีกหัก หรือตายก่อนรับปาก 3 นาท(ให้ถือว่ายกเลิกการแข่งขัน)

กติกาการแข่งขันชนไก่ (ทางยาว)

  1. ไก่ทุกคู่ชนเงินเดิมพันระหว่าง 1,000 ขึ้นไป
  2. เมื่อไก่ได้คู่วางเงินเดิมพันแล้วทั้งสองฝ่าย ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดไม่นำไก่เข้าชนต้องเสียค่าน้ำ 20 %
  3. ไก่ทุกคู่ ชน 10 อันเต็ม เวลาในการแข่งขัน 23 นาที พัก 23 นาที
  4. ทำแผลไก่ กินข้าว โด๊ปยาได้
  5. ใช้เตา,กระเบื้องประคบร้อนตัวไก่
  6. การพันเดือย,พันนิ้วเล็บ (ใช้พลาสเตอร์พันในสนามเท่านั้น)
  7. เมื่อนำไก่เข้าสนามชนทั้งสองฝ่ายตรวจเช็คเดือยกัน และแต่งตัวไก่ให้เรียบร้อย กรรมการจะนำน้ำ กลางล้างขาและเดือยไก่พร้อมทั้งเช็ดตัวและนำไก่ส่งคืน มือน้ำห้ามแตะต้องหรือจับถูกเดือยไก่ก่อนปล่อยไก่เข้าชนอย่างเด็ดขาด
  8. เมื่อไก่ชนหากตัวใดตัวหนึ่งดีด หรือหนีก่อนอันซ้อมจมถือว่ายกเลิกกันไป
  9. ไก่ชน ถูกตีตายในสังเวียนก่อนอันซ้อมจมถือว่าแพ้
  10. ไก่ตัวใดตัวหนึ่งตาบอดทั้งสองข้างถือว่าไม่แพ้
  11. ไก่ชน ทั้งคู่โดนปะทะกันหรือกรณีใดๆ ทำให้หงายท้องเอาเท้าขึ้นฟ้าให้กรรมการจับไก่ทั้งคู่ให้ลุกขึ้นสู้กันใหม่
  12. เมื่อไก่เข้าชนกันไปแล้วอันต่อไปไม่ยอมเข้าชน นายสนามตั้งอันซ้อมเมื่ออันซ้อมจมตัวใดตัวหนึ่ง ไม่เข้าชนถือว่าแพ้
  13. ขณะที่ไก่กำลังชนกัน หรือกกกัน หรือไม่ชนกัน นายสนามมีสิทธิ์บังคับให้ชนกันได้ หรือเบนทาง หนี 3 ครั้ง ถือว่าแพ้
  14. ไก่ชน ถูกตีหักหรือวิ่งรอบๆ สังเวียน กรรมการจะไม่จับแพ้ทันทีจนเห็นว่าแพ้จริง กรรมการจะจับมา ประกบหน้า 3 ครั้ง แล้วจึงตัดสิน
    14.1. ห้ามใช้การะบูน พิมเสน ยา หรือน้ำมันหอมระเหยในชุดรมควันตัวไก่
  15. ลักษณะการแพ้ของไก่ (แพ้วิ่งหนี , แพ้ไม่วิ่งหนี้ , แพ้ร้อง ) กรรมการจะจับมาประกบ 3 ครั้ง ถ้าไม่สู้กันก็ให้ชนกันต่อไป ถ้าไม่สู้ 3 ครั้งถือว่าแพ้
  16. ไก่ตัวใดตัวหนึ่งนอนจะจับขึ้นมาประกบ 3 ครั้ง ถ้าไม่ลุกขึ้นสู้ แม้ไม่ออกปากร้องถือว่าแพ้
  17. เมื่อไก่ของท่านชนแล้วหยุดนิ่งอยู่เฉยๆ กรรมการจะจับประกบทันทีไม่ต้องรอเวลา
  18. ไก่ปากหัก หรือหลุด เดือยหลุด นิ้วงอ ให้ใช้อุปกรณ์ในตัวไก่เท่านั้น ห้ามใช้วัสดุหรือโลหะหรือไม้แทน
    18.1. ปากหัก ปากหลุด ใช้พลาสเตอร์พันปากได้หรือใช้ปากใหม่แทนได้ แต่ห้ามเสี้ยมปลายปากให้มีความแหลมคม
    18.2. เดือยหลุด ให้ใช้เดือยอันเดิมเท่านั้น
    18.3. นิ้วหักงอ ให้ใช้ขนไก่ดาม (ใช้พลาสเตอร์พันในสนามเท่านั้น)
  19. ขณะที่ไก่กำลังชนกัน ถ้ายังไม่หมดอันชน เจ้าของทั้งสองฝ่ายไม่มีสิทธิ์จับไก่ ถ้าฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดจับไก่ก่อน หรือจับผิดตัว กรรมการจะตัดสินให้แพ้ทันที
  20. ห้ามทา และฉีกยาทุกชนิด จับได้มีโทษตัดสินให้ฝ่ายตรงข้ามกินเดิมพัน กรรมการล้างตัวไก่ให้เรียบร้อย เอาไก่เข้าชนต่อจนกว่าจะแพ้-ชนะเล่นนอกได้-เสีย
  21. การเล่นพนันไก่ชน ถ้าเล่นกับผู้ใดต้องเก็บเงินเข้ากับผู้นั้น ห้ามหักหรือโอนให้ผู้อื่น
  22. ถ้านายสนามจับได้ว่าไก่ที่ชนกันนั้นเป็นไก่คู่ หรือสมยอมมาตีกันจะจับยกเลิก แล้วยึดเงินเดิมพันทั้งสองข้าง
  23. การเพิ่มเงินเดิมพันต้องแจ้งนายสนามก่อนเทียง
  24. เมื่อไก่ได้คู่แล้ว หากฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดไม่ยอมเข้าชนให้ยึดเงินมัดจำ 20% หากทั้งสองฝ่ายยินยอมพร้อมใจไม่ยอมเข้าชนให้ทางสนามปรับฝ่ายละ 5%
  25. หลังจาก 16.00 น. กรรมการสามารถสั่งให้ไก่เข้าชนได้ หากฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดไม่ยอมเข้าชนให้ยึดมัดจำ 20% แล้วยกเลิกกัน
  26. นอกเหนือจากกติกาทั้งหมด อยู่ในดุลยพินิจของนายสนามเป็นผู้ตัดสินเด็ดขาด

ไก่ชนภาคใต้

  ไก่ชนภาคใต้

  ไก่ชนภาคใต้

ชนไก่ เป็นกีฬาพื้นเมืองที่เก่าแก่ชนิดหนึ่งของกลุ่มชนชาติเกษตรกรรมที่สะท้อนภาพประวัติศาสตร์สังคมมิติของวัฒนธรรมพื้นบ้านเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อาจกล่าวได้ว่าเป็นกีฬาประจำถิ่นของชนชาติต่างๆ แห่งคาบสมุทรทะเลใต้ เช่น ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย มาเลเซีย ไทย ถ้ากล่าวในวงกว้างประเทศต่างๆ ในแดนสุวรรณภูมิ (หรือกลุ่มอาเซียน) ล้วนมีกีฬาชนไก่ก็จริง เนื่องจากอาชีพ สังคม และสิ่งแวดล้อมคล้ายกัน แต่ความนิยมกีฬาชนไก่ชนิดที่เรียกว่า “ดุเดือด” ก็ต้องแถบคาบสมุทรทะเลใต้ดังกล่าว โดยเฉพาะทางฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย ถึงขนาดใช้ใบมีดผูกติดกับเดือยแข้งอีกด้วย จึงต้องเรียกว่า “เลือดพล่าน” เพราะเป็นการชนไก่แบบให้ตายกันไปข้างหนึ่ง ซึ่งเป็นการทารุณสัตว์เกินไป ไม่คำนึงถึงเทคนิค การฝึกฝน การบำรุงเลี้ยงและศิลปะการต่อสู้ตามธรรมชาติของสัตว์
ตามประวัติศาสตร์กีฬาชนไก่มีมาแต่สมัยตามพรลิงค์และสมัยศรีวิชัย เนื่องจากเป็นชาติสังคมเกษตรกรรมนิยมเลี้ยงไก่กันมาก อาหารหาง่าย เป็นสัตว์เลี้ยงง่าย จึงถือเป็นสัตว์เลี้ยงประจำครอบครัว มีนักเดินเรือจดหมายเหตุชาวอาหรับบันทึกไว้ว่า อาณาจักรศรีวิชัยประชาชนตั้งบ้านเรือนเรียงรายกระจายกันไปตามแนวชายฝั่งทะเล ตอนเช้ามืดจะได้ยินเสียงไก่ขันร้องรับกันเซ็งแซ่ไปหมดตลอดทางหลายสิบกิโลเมตร
ตามปกติไก่ก็ใช้เป็นอาหารอย่างดีทั้งไข่และตัวไก่ แต่ก็เอามาชนกันเล่นเพื่อความบันเทิงและการกีฬาด้วย มรดกทางวัฒนธรรมนี้ยังมีสืบมาจนถึงปัจจุบัน ชาวบ้านทาง อ.ไชยา อ.ท่าชนะ จ.สุราษฎร์ธานี และทาง อ.ท่าศาลา อ.สิชล อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช ถือเป็นแหล่งใหญ่และยังมีความนิยมเข้มแข็งไม่เสื่อมคลายที่ไชยามีพระพุทธรูปศิลาสมัยทวารวดีองค์หนึ่งอยู่วัดเวน ชาวบ้านเรียก “พ่อตาเชี่ยว” มีนักเลงไก่ชนเคารพนับถือมาก ไปบนบานศาลกล่าวอยู่เสมอ และยังพบตุ๊กตาดินเผาโบราณเป็นรูปเด็กมือหนึ่งอุ้มน้อง มือหนึ่งอุ้มไก่ชน เรียกกันว่า “เจ้ามรรคผล” เป็นตุ๊กตาแก้บนของพวกนักเลงไก่ชนยุคก่อน
ไก่ชนภาคใต้เป็นไก่เดือย คือ นิยมไก่เดือยแหลม มิใช่ไก่แข้งอย่างภาคกลาง ไก่ชนมีหลายพันธุ์ เช่น เหลือง เขียว แดง หยิว (เหยี่ยว) ค่าง ชี (สีขาวล้วน) ดอกหมาก เป็นต้น ไก่เหลืองหางขาว ถือกันว่าเป็นราชาไก่หรือไก่พันธุ์ดีสวยงาม
เนื่องจากไก่อยู่คู่กับคนมานาน จึงมีตำราดูลักษณะไก่ชน มีวิธีเลี้ยงบำรุงพันธุ์ มีเทคนิค ความรู้ ในการสร้างความแข็งแกร่งและชั้นเชิง การให้อาหารบำรุงกำลัง การรักษาเวลาเจ็บป่วย และอื่นๆ อันเป็นศาสตร์ภูมิปัญญาชาวบ้านที่สั่งสมถ่ายทอดกันมา ทำให้เกิดคติความเชื่อและความรู้ประสบการณ์ที่มีมาช้านานนับพันปี ปัจจุบันมีอาชีพเพาะพันธุ์ไก่ชนจำหน่าย มีบ่อนอนุญาตจากทางราชการอยู่ทุกจังหวัด บ่อนไก่ชนจะปิดช่วงถึงฤดูไก่ผลัดขน (ราวเดือน ๙-๑๑)

เลขเด็ด คลิก

มนต์สิทธิ์ โชว์ลอตเตอรี่ชุดใหญ่ ใบ้เลขเด็ดไม่หวั่นหวยเลื่อนไปอีก

มนต์สิทธิ์ โชว์ลอตเตอรี่ชุดใหญ่ ยังไม่ท้อจริงๆ เจ้าพ่อใบ้หวยของเมืองไทยอีกหนึ่งคน สำหรับนักร้องลูกทุ่งชื่อดัง มนต์สิทธิ์ คำสร้อย เพราะหลังจากที่กองสลาก

มนต์สิทธิ์ โชว์ลอตเตอรี่ชุดใหญ่ ใบ้เลขเด็ดไม่หวั่นหวยเลื่อนไปอีก

มนต์สิทธิ์

มนต์สิทธิ์ โชว์ลอตเตอรี่ชุดใหญ่ ยังไม่ท้อจริงๆ เจ้าพ่อใบ้หวยของเมืองไทยอีกหนึ่งคน สำหรับนักร้องลูกทุ่งชื่อดัง มนต์สิทธิ์ คำสร้อย เพราะหลังจากที่กองสลากกินแบ่งรัฐบาล ได้ออกมาประกาศเลื่อนออกรางวัล งวดวันที่ 1 เมษายน ไปเป็นวันที่ 2 พฤษภาคม เพราะสถาน การณ์โควิด-19 และล่าสุดมีข่าวว่าจ่อจะเลื่อนไปอีกเป็นวันที่ 16 พฤษภาคม

เจ้าพ่อใบ้หวยรอคอยอย่างมีความหวังสำหรับนักเสี่ยงโชคอย่าง มนต์สิทธิ์ ที่ได้ซื้อลอตเตอรี่ไว้แล้วหลายชุด ที่บอกว่าผมจะเก็บไว้จนกว่าจะออกให้ครับ

มนต์สิทธิ์ก็ได้ออกมาโพสต์โชว์เลขเด็ดที่ซื้อไว้ ซึ่งเลขที่มั่นใจก็เป็น พ.ศ.เกิดตัวเอง 2507 และยังได้โชว์เลขเด็ดลอตเตอรี่อีกหลายชุดให้ดูด้วย ทำเอาแฟนๆ ถึงกับซูมกันใหญ่ และยังคอมเมนต์ขอให้มนต์สิทธิ์ถูกรางวัลใหญ่ลอตเตอรี่งวดถัดไปด้วย

เจ้าพ่อใบ้หวย มนต์สิทธิ์ บอกว่า “เลือกซื้อลอตเตอรี่ไว้ตั้งแต่ วันที่ 23 มีนาคม งวด 1 เมษา เลื่อนออก 2 พฤษภา และได้ข่าวจะเลื่อนอีก เป็น 16 พฤษภา ผมก็จะเก็บไว้จนกว่าจะออกให้ครับ เพราะซื้อไว้เยอะ สรุปงวดนี้ 2 พฤษภา ชอบ พ.ศ.เกิดตัวเองครับ 2507 ตัดเอานะท่านผู้โชม”